| Kodak Ektachrome
EIR EIR
จัดเป็นฟิล์มสไลด์สี Infrared
ที่โกดักได้นำเสนอให้สำหรับ
ผู้ต้องการใช้งานการถ่ายภาพด้วยรังสี
Infrared โดยการอำนวย
ความสะดวกในด้านการใช้งานให้ง่ายขึ้น
สามารถล้างได้สะดวก
ทั้งระบบการล้างด้วย Process AR-5
ที่ใช้น้ำยา EA-5 ของ
โกดักและความสะดวกที่ว่าง่ายขึ้น
คือ สามารถผ่านกระบวนการล้าง
ด้วย Process E-6
ที่ใช้สำหรับการล้างสไลด์ทั่วไปได้อีกด้วย
ซึ่ง
ทำให้ช่างภาพทั่วไปสามารถถ่ายและส่งล้างได้ตาม
Professional
Lab
ทั่วไปโดยจะมีคุณสมบัติที่เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยคือ
จะมีความ
เปรียบต่างเพิ่มขึ้น
และความอิ่มของสีจะสูงขึ้น
(Higher in contrast and more Saturation in Color)
การเก็บรักษาฟิล์ม
เนื่องจาก EIR Infrared
เป็นฟิล์มที่มีความว่องไวต่อรังสีความร้อน
ดังนั้นในการเก็บรักษาจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในการ
ใช้งาน
สำหรับฟิล์มที่ยังไม่ได้ถ่ายภาพ
ควรเก็บไว้ที่อุณหภูมิตั้งแต่ 0
ถึง
10ํ F (ประมาณ - 18ํ C ถึง 23ํ C
ในบรรจุภัณฑ์ของฟิล์ม ซึ่ง
หมายความว่าควรที่จะเก็บในช่องแข็งของตู้เย็น
และไม่ควรเก็บ
ไว้ในอุณหภูมิห้อง(75ํ F / 24ํ C)
เกินกว่า 1 อาทิตย์ จะก่อให้เกิด
ความเสียหายแก่ฟิล์มได้
และก่อนนำฟิล์มออกใช้ควรนำออกจาก
ตู้เย็นเพื่อให้ฟิล์มกลับสู่อุณหภูมิห้องประมาณ
1-2ชั่วโมง
การบรรจุฟิล์ม
นำฟิล์มออกจากตู้เย็น
ปรับอุณหภูมิเข้าสู่อุณหภูมิ
ห้องบรรจุในห้องที่มืดสนิท
ห้ามการใช้ไฟนิรภัยในห้องมืด
ซึ่งมี
รังสีความร้อน
และห้ามบรรจุฟิล์มในที่มีอุณหภูมิสูง
เพราะจะทำ
ความเสียหายให้ฟิล์มได้
ฟิล์มที่ถ่ายแล้ว
ควรถอดฟิล์มในห้องมืดและเย็นส่งล้างให้เร็วเท่าที่
จะทำได้
ถ้าฟิล์มค้างกล้องควรเก็บในอุณหภูมิห้องที่มีอุณหภูมิต่ำ
(ในห้องแอร์)
แต่ไม่ควรจะเกินสองวัน
การถ่ายภาพ
การถ่ายภาพด้วยฟิล์มสไลด์สีอินฟราเรด
EIR นั้น เราควรทำความ
เข้าใจก่อนว่าชั้นไวแสงของฟิล์ม
EIR นั้นมีความแตกต่าง และ
ว่องไวต่อแสงสีที่ต่างจากฟิล์มสีปกติทั่วไป
ชั้นไวแสงทั้งสามชั้นของฟิล์มชนิดนี้มีความว่องไวเป็นพิเศษต่อแสง
สีน้ำเงิน (Blue)
ดังนั้นเพื่อลดปฏิกริยาของแสงสีน้ำเงิน
จึงควรใช้
ฟิลเตอร์สีเหลือง เช่น Kodak professional
wratter Gelatin Filter No' 12
หรือจะเป็นฟิลเตอร์อื่นที่เทียบเท่าก็ได้
(แผ่นอคิลิค
สีเหลืองจำปาก็สามารถใช้งานได้ในราคาประหยัดซึ่งจะเป็นฟิลเตอร์
ที่ใช้งานประจำสำหรับการถ่ายภาพด้วยฟิล์มตัวนี้
ซึ่งจะทำให้ชั้น
ไวแสงมีปฏิกริยาต่อแสงสีเขียวและแสงสีแดง
รวมทั้งรังสีอินฟราเรด
สามารถแสดงผลได้ดียิ่งขึ้นเพราะแสงสีน้ำเงินจะถูกดูดซับโดย
ฟิลเตอร์สีเหลือง
การวัดแสง
ท่านสามารถตั้งค่าการวัดแสงโดยการตั้งค่า
ISO หรือค่า
DIN ในกล้องถ่ายภาพของท่าน
โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงค่าการวัด
แสงอื่นๆ และวัดแสงผ่านเลนส์
แม้ว่าท่านจะใช้ฟิลเตอร์อยู่ก็ตาม
ในการถ่ายภาพด้วยแสงธรรมชาติ
หรือแสงแฟลช ท่านสามารถตั้งค่า
ที่ ISO 200/DIN24
เมื่อท่านล้างฟิล์มด้วย Process E-6
หรือ
ตั้งค่า ISO 100/DIN 21
เมื่อท่านล้างฟิล์มด้วย Process AR-5
การวัดแสงต้องการความละเอียด
และแม่นยำเป็นพิเศษในการถ่ายภาพ
เนื่องจาก EIR
เป็นฟิล์มที่มีช่วงกว้างการรับแสงที่ค่อนข้างจะแคบเล็ก
ในขนาด+- 0.5 สต๊อปเท่านั้น
ในการเลือกการถ่ายภาพ
คงจะนับได้ว่าจะเป็นสาเหตุสำคัญในการที่
ท่านจะสามารถได้สีสันที่แปลกตาออกไปดังนั้นถ้าท่านเลือกการถ่าย
ภาพในสภาพแสงที่มีความเปรียบต่างสูง
มีเฉดสีหลายๆ เฉดสีจะทำ
ให้ท่านสามารถให้ภาพที่มีสีสันสะดุดตา
แปลกตา แตกต่างไปจาก
สภาพปกติ
แต่ถ้าใช้ในการถ่ายภาพ
ที่ขาดความเปรียบต่างของสี และ
ขาดสีสันภาพที่ท่านได้จะออกไปทางเฉดสีด้านเดียว
(Monotone)
อีกประการหนึ่งเนื่องจากเป็นฟิล์มที่มีความว่องไวเป็นพิเศษสำหรับ
รังสีอินฟราเรด
ดังนั้นวัตถุที่สามารถกระจายรังสีอินฟราเรดได้มาก
จะออกสีแดงสะดุดตา
และเด่นชัดกว่าวัตถุอื่นๆ
เมื่อเปรียบกับวัตถุที่
มีรังสีความร้อน
เช่นเดียวกันท่านอาจจะทดสอบกับฟิลเตอร์สีอื่นๆ
ได้เช่นกัน ซึ่งจะให้
ผลต่อสีของภาพแปลกตาออกไปจากปกติได้
ทั้งนี้อยู่ที่การทดสอบ
และลองถ่ายภาพ
ประสบการณ์ในการลองถ่ายภาพหลายๆ
สภาพ
พื้นที่จะเป็นข้อมูลในการคิดสร้างสรรค์ภาพของท่าน
ไม่ยากครับที่ท่านครับจะลองถ่ายภาพ
ด้วยฟิล์มอินฟราเรดสักครั้ง
เผื่อท่านจะชอบใจในของเล่นใหม่ๆ
ต่างจากปกติเหล่านี้นะครับ |