CameraEquip.gif (6894 bytes)

EIR สไลด์ INFRARED

Kodak Ektachrome EIR

EIR จัดเป็นฟิล์มสไลด์สี Infrared ที่โกดักได้นำเสนอให้สำหรับ
ผู้ต้องการใช้งานการถ่ายภาพด้วยรังสี Infrared โดยการอำนวย
ความสะดวกในด้านการใช้งานให้ง่ายขึ้น สามารถล้างได้สะดวก
ทั้งระบบการล้างด้วย Process AR-5 ที่ใช้น้ำยา EA-5 ของ
โกดักและความสะดวกที่ว่าง่ายขึ้น คือ สามารถผ่านกระบวนการล้าง
ด้วย Process E-6 ที่ใช้สำหรับการล้างสไลด์ทั่วไปได้อีกด้วย ซึ่ง
ทำให้ช่างภาพทั่วไปสามารถถ่ายและส่งล้างได้ตาม Professional
Lab ทั่วไปโดยจะมีคุณสมบัติที่เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยคือ จะมีความ
เปรียบต่างเพิ่มขึ้น และความอิ่มของสีจะสูงขึ้น
(Higher in contrast and more Saturation in Color)


การเก็บรักษาฟิล์ม

เนื่องจาก EIR Infrared เป็นฟิล์มที่มีความว่องไวต่อรังสีความร้อน
ดังนั้นในการเก็บรักษาจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในการ
ใช้งาน

สำหรับฟิล์มที่ยังไม่ได้ถ่ายภาพ ควรเก็บไว้ที่อุณหภูมิตั้งแต่ 0 ถึง
10ํ  F (ประมาณ - 18ํ C ถึง 23ํ C ในบรรจุภัณฑ์ของฟิล์ม ซึ่ง
หมายความว่าควรที่จะเก็บในช่องแข็งของตู้เย็น และไม่ควรเก็บ
ไว้ในอุณหภูมิห้อง(75ํ  F / 24ํ C) เกินกว่า 1 อาทิตย์ จะก่อให้เกิด
ความเสียหายแก่ฟิล์มได้ และก่อนนำฟิล์มออกใช้ควรนำออกจาก
ตู้เย็นเพื่อให้ฟิล์มกลับสู่อุณหภูมิห้องประมาณ 1-2ชั่วโมง

การบรรจุฟิล์ม นำฟิล์มออกจากตู้เย็น ปรับอุณหภูมิเข้าสู่อุณหภูมิ
ห้องบรรจุในห้องที่มืดสนิท ห้ามการใช้ไฟนิรภัยในห้องมืด ซึ่งมี
รังสีความร้อน และห้ามบรรจุฟิล์มในที่มีอุณหภูมิสูง เพราะจะทำ
ความเสียหายให้ฟิล์มได้

ฟิล์มที่ถ่ายแล้ว ควรถอดฟิล์มในห้องมืดและเย็นส่งล้างให้เร็วเท่าที่
จะทำได้ ถ้าฟิล์มค้างกล้องควรเก็บในอุณหภูมิห้องที่มีอุณหภูมิต่ำ
(ในห้องแอร์) แต่ไม่ควรจะเกินสองวัน

การถ่ายภาพ

การถ่ายภาพด้วยฟิล์มสไลด์สีอินฟราเรด EIR นั้น เราควรทำความ
เข้าใจก่อนว่าชั้นไวแสงของฟิล์ม EIR นั้นมีความแตกต่าง และ
ว่องไวต่อแสงสีที่ต่างจากฟิล์มสีปกติทั่วไป

ชั้นไวแสงทั้งสามชั้นของฟิล์มชนิดนี้มีความว่องไวเป็นพิเศษต่อแสง
สีน้ำเงิน (Blue) ดังนั้นเพื่อลดปฏิกริยาของแสงสีน้ำเงิน จึงควรใช้
ฟิลเตอร์สีเหลือง เช่น Kodak professional wratter Gelatin Filter No' 12 หรือจะเป็นฟิลเตอร์อื่นที่เทียบเท่าก็ได้ (แผ่นอคิลิค
สีเหลืองจำปาก็สามารถใช้งานได้ในราคาประหยัดซึ่งจะเป็นฟิลเตอร์
ที่ใช้งานประจำสำหรับการถ่ายภาพด้วยฟิล์มตัวนี้ ซึ่งจะทำให้ชั้น
ไวแสงมีปฏิกริยาต่อแสงสีเขียวและแสงสีแดง   รวมทั้งรังสีอินฟราเรด
สามารถแสดงผลได้ดียิ่งขึ้นเพราะแสงสีน้ำเงินจะถูกดูดซับโดย
ฟิลเตอร์สีเหลือง

การวัดแสง ท่านสามารถตั้งค่าการวัดแสงโดยการตั้งค่า ISO หรือค่า
DIN ในกล้องถ่ายภาพของท่าน โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงค่าการวัด
แสงอื่นๆ และวัดแสงผ่านเลนส์ แม้ว่าท่านจะใช้ฟิลเตอร์อยู่ก็ตาม
ในการถ่ายภาพด้วยแสงธรรมชาติ หรือแสงแฟลช ท่านสามารถตั้งค่า
ที่ ISO 200/DIN24 เมื่อท่านล้างฟิล์มด้วย Process E-6 หรือ
ตั้งค่า ISO 100/DIN 21 เมื่อท่านล้างฟิล์มด้วย Process AR-5
การวัดแสงต้องการความละเอียด และแม่นยำเป็นพิเศษในการถ่ายภาพ
เนื่องจาก EIR เป็นฟิล์มที่มีช่วงกว้างการรับแสงที่ค่อนข้างจะแคบเล็ก
ในขนาด+- 0.5 สต๊อปเท่านั้น

ในการเลือกการถ่ายภาพ คงจะนับได้ว่าจะเป็นสาเหตุสำคัญในการที่
ท่านจะสามารถได้สีสันที่แปลกตาออกไปดังนั้นถ้าท่านเลือกการถ่าย
ภาพในสภาพแสงที่มีความเปรียบต่างสูง มีเฉดสีหลายๆ เฉดสีจะทำ
ให้ท่านสามารถให้ภาพที่มีสีสันสะดุดตา แปลกตา แตกต่างไปจาก
สภาพปกติ แต่ถ้าใช้ในการถ่ายภาพ ที่ขาดความเปรียบต่างของสี และ
ขาดสีสันภาพที่ท่านได้จะออกไปทางเฉดสีด้านเดียว (Monotone)
อีกประการหนึ่งเนื่องจากเป็นฟิล์มที่มีความว่องไวเป็นพิเศษสำหรับ
รังสีอินฟราเรด   ดังนั้นวัตถุที่สามารถกระจายรังสีอินฟราเรดได้มาก
จะออกสีแดงสะดุดตา และเด่นชัดกว่าวัตถุอื่นๆ เมื่อเปรียบกับวัตถุที่
มีรังสีความร้อน

เช่นเดียวกันท่านอาจจะทดสอบกับฟิลเตอร์สีอื่นๆ ได้เช่นกัน ซึ่งจะให้
ผลต่อสีของภาพแปลกตาออกไปจากปกติได้ ทั้งนี้อยู่ที่การทดสอบ
และลองถ่ายภาพ ประสบการณ์ในการลองถ่ายภาพหลายๆ สภาพ
พื้นที่จะเป็นข้อมูลในการคิดสร้างสรรค์ภาพของท่าน

ไม่ยากครับที่ท่านครับจะลองถ่ายภาพ ด้วยฟิล์มอินฟราเรดสักครั้ง เผื่อท่านจะชอบใจในของเล่นใหม่ๆ ต่างจากปกติเหล่านี้นะครับ

EIRInfrared5A.jpg (21043 bytes)

       EIRInfrared6A.jpg (22978 bytes)

EIRInfrared7A.jpg (16786 bytes)

EIRInfrared8A.jpg (25670 bytes)

       EIRInfrared9A.jpg (18987 bytes)



กลับไปหน้า 1

Home (Camerart)