| |
จากอดีตสมาชิกอบรมถ่ายภาพกับ คาเมรารE นพดล เป้าทอง สู่เส้นทางช่างภาพใน U.S.A. |
ครั้งหนึ่งที่เคยร่วมอบรมถ่ายภาพกับคาเมรารEในรุ่นแรกEbr> ก่อนที่จะออกหาความรู้และประสบการณEี่อเมริกากว่า 4 ปี เพื่อก้าวสู่เส้นทาง Professional ![]() คุณเก่ง (นพดล เป้าทอง) มีความชื่นชอบการถ่ายภาพตั้งแต่อายุ 12 ปี ในตอน แรกก็ศึกษาด้วยตนเองบ้าง ศึกษาจากหนังสือบ้าง และเริ่มจริงจังตอนอายุ 14 ปี เมื่อมีโอกาสเรียนถ่ายภาพหนึ่งปีเต็มที่โรงเรียนไทยวิจิตรศิลปE สาขาศิลปEระ ยุกตE นอกจากได้ความรู้พื้นฐานเรื่องกล้องพอสมควรแล้วยังมีส่วนช่วยเรื่องการ จัดภาพในแนวศิลปะอีกด้วย แต่ด้วยความที่ต้องการมีความรู้เพิ่ม คุณเก่งเลยมา อบรมถ่ายภาพกับคาเมรารEในรุ่นทีE 4 "ผมอบรมถ่ายภาพที่คาเมรารEอยู่ประมาณ 1 เดือน ซึ่งทำให้ผมมีความรู้เรื่อง การวัดแสง การจัดองคEระกอบภาพ และเทคนิคต่างEเพิ่มขึ้น จากนั้นก็เริ่มลุย ถ่ายภาพ Outdoor กับพวกพี่เผ่าเทพ พี่โกEที่คาเมรารE อยู่ระยะหนึ่งก่อนไป อเมริกาในช่วงกลางปี 36 ซึ่งผมได้ไปเรียนทางด้านคอมพิวเตอรEราฟฟิค ดีไซนEิชาเอกและถ่ายภาพชีวิตสัตวE่าเป็นวิชาโท ทำให้มีโอกาสได้รู้จักกับคุณ Tim Christie เป็นอาจารยEอนอยู่ทีENorth Idaho College ที่ผมเรียน อยู่และยังเป็นช่างภาพนักเขียนด้วย ซึ่งตอนหลังหลังผมได้กลายเป็นบัดดีE/small> ของ Timเวลาออกถ่ายภาพTimชอบที่จะชวนผมไปด้วยและจะสอนวิธีการ ถ่ายภาพให้ผมเสมอ" ![]() นอกจากไปเรียนต่อแล้วยังเป็นบรรณาธิการถ่ายภาพหนังสือพิมพEหาวิทยาลัย และถ่ายภาพให้กับหนังสือพิมพE Coeur d' Alene Press ในรัฐ IDAHO "การต้อนรับครั้งแรกเขาเห็นว่าผมเป็นเด็ก จึงไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าไหร่แคE/small> กำหนดลักษณะของงานให้ไปถ่ายภาพหลังจากนำภาพมาให้ดูเขาชอบภาพใน แนวที่ผมถ่าย มาตอนหลังเขาให้ผมเป็นบรรณาธิการถ่ายภาพแทนคนเก่าที่ออก ไป และออกค่าใช้จ่ายการศึกษาในมหาวิทยาลัยให้ด้วย การเป็นบรรณาธิการ ถ่ายภาพจะต้องจัดการเกี่ยวกับงานเองทั้งหมด ตั้งแต่ถ่ายภาพ แจงงานให้กับ ช่างภาพคนอื่นEล้างรูป สแกนรูป เขียนข้อมูลการถ่ายภาพว่าภาพนี้เกิดอย่างไร เกิดขึ้นที่ไหน ใครอยู่ในรูป เหตุการณEป็นอย่างไร ทำไมจึงถ่ายภาพนีEการยอม รับของคนที่นี่เขาจะไม่ดูเรื่องอาย ุ แต่จะดูจากผลงาน ความตรงต่อเวลา และความสามารถ ภาพที่ถ่ายส่วนใหญ่จะเป็นแนว Wildlife และ Jaurnalist ที่ถ่ายใน ด้านWildlife เพราะเรียนมาทางด้านนี้โดยตรง ซึ่งจะแตกต่างจาก Jaurnalist ตรงที่ว่าเป็นการถ่ายภาพชีวิตสัตวE่าธรรมชาติของสัตวE เราสามารถบันทึกภาพออกมาเท่าที่เราพบเห็น ส่วน Jaurnalist นั้นเป็นการถ่ายภาพในแนวสารคดี ที่เกี่ยวเนื่องกับบุคคลในชีวิตที่เราพบ เห็น ถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้รับรูE การถ่ายภาพแนวนีE ช่างภาพจะมีความ ใกล้ชิดกับบุคคลที่จะถ่ายภาพจึงต้องทำความรู้จักเขาและรู้นิสัยมีมนุษย สัมพันธEี่ดี ถ้าเขาไม่ชอบผม ผมก็จะไม่มีทางได้ภาพเลย เวลาที่ถ่าย ภาพ ผมจะแนะนำตัวเองว่าเป็นใครมาจากไหน ถ่ายภาพไปทำไม แล้วโชวEัตรช่างภาพให้เขาดู พูดคุยให้มีความรู้สึกเป็นกันเอง เขาจะรู้สึก ผ่อนคลายสบายE ไม่เกร็ง เพื่อที่จะได้สีหน้าที่เป็นธรรมชาติถ้าไปเจอคน ที่ไม่ต้องการให้ถ่ายภาพผมก็จะไม่ถ่าย คือถ้าบังคับเขาถ่าย ภาพที่ออกมา จะไม่ดี ไม่มีสีหน้า เป็นภาพตายที่ไร้ประโยชนEquot; ![]() การถ่ายภาพสิ่งที่จะขาดเสียมิได้ก็คงจะเป็นอุปกรณE จากกล้องตัวแรกที่ใชENikon FM2 เลนสE35-70 มม. กับขาตั้งกล้องอีกตัว ซึ่งใช้มาประมาณ 3 ปี ก่อนจะซื้ออุปกรณEพิ่ม โดยคุณเก่งให้เหตุผลว่า |
"ที่ต้องซื้อกล้อง
Nikon F4s เลนสE300 มม. และกล้อง Nikon N90s เลนสE/small> 500 มม. ที่เพิ่งจะซื้อเมื่อตุลาปีที่แล้ว โดยจุดประสงคEลักแล้วผมจะเน้นว่า กล้องที่ใช้จะต้องสามารถรองรับการทำงานของเราไดE มีความสะดวกในการ ถ่ายภาพเพิ่มขึ้น และอยู่ในค่ายเดียวกัน อุปกรณEีคนใช้งานไม่เป็นมันก็ทำใหE/small> งานพัง การจะใช้กล้องหรืออุปกรณE็แล้วแต่ต้องรู้จักอุปกรณEั้นว่าใช้อย่างไร ใช้งานในลักษณะไหน อย่างกล้องบางตัวมีฟังกEั่นมาให้หลายฟังกEั่น แต่คุณ ใช้ไม่หมดทุกฟังกEั่นที่มีมากับตัวกล้องก็ไม่มีประโยชน กล้องดีไม่จำเป็นต้อง ช่างภาพที่ดีเสมอไป ส่วนใหญ่ช่างภาพในอเมริกาจะไม่คำนึงถึงกล้อง ว่าเป็น ยี่ห้ออะไร รุ่นไหน เขาจะคิดเพียงว่านี่คืออุปกรณEี่ใช้ทำงาน บางคนจะนำ สติกเกอรEีดำมาปิดป้ายชื่อยี่ห้อทิ้งไปเลย เพื่อว่าเวลาถ่ายภาพจะไม่ต้องคอย ตอบปัญหาคนมาถามทำไมใช้ยี่ห้อนีE รุ่นนี้ดียังไง ส่วนตัวผมเองจะให้ความ สำคัญกับเลนสEากกว่าตัวกล้องเพราะเลนสEป็นตัวถ่ายทอดสีสัน กล้องเป็นห้อง มืดที่เก็บฟิลE ในความเป็นจริงเราควรรู้จักการใช้งานของกล้องให้สมกับ สมรรถนะที่ผู้ผลิตทำออกมา บางคนซื้อ Nikon F5 Canon EOS 1 มา ถ่ายงานแต่งงานซึ่งผิดวัตถุประสงคE ผู้ผลิตผลิตมาก็เพื่อต้องการให้ใช้ถ่ายภาพ กีฬา สัตวE่าโดยเฉพาะ กล้องสองตัวนี้จะมีระบบ Auto Focus ที่ไวและ ระบบเลื่อนฟิลEที่เร็ว เราสามารถศึกษากล้องได้จากคู่มือที่มีมาให้พร้อมกับกล้อง ผมจะเก็บคู่มือติดไวE/small> ในกระเปEตลอด เมื่อเวลาเกิดมีปัญหาไม่เข้าใจจะนำมาอ่าน ในส่วนที่ซื้อ Nikon F4s และ Nikon N90s มาใช้เพราะว่าต้องการกล้องที่มี Auto Focus ผมถ่ายภาพในแนวสัตวE่าบางส่วนต้องการให้เป็นระบบ Tracking ซึ่งมีส่วนช่วยได้มากในเรื่องการปรับความชัด และระบบวัดแสงกล้องโปรจะมี ความแม่นยำกว่า ทั้งยังมีระบบวัดแสงเฉพาะจุด ระบบชดเชยแสง ผมให้ความ สำคัญกับจุดนี้พอสมควร ส่วน N90s นั้นสามารถใช้ร่วมกับแฟลชง่ายสะดวก ไม่ต้องคอยปรับไกดEัมเบอรE ผมถ่ายภาพแนว Jaurnalist ต้องใช้แฟลชเยอะ ฟังกEั่นพวกนี้ใน FM2 ไม่มี" ความผิดแปลกของสภาพภูมิอากาศที่ต่างไปจากเมืองไทย คือสิ่งหนึ่งที่เป็น อุปสรรคในการออกถ่ายภาพ "เสื้อผ้ามีส่วนสำคัญสำหรับการออกถ่ายภาพในอเมริกา อากาศที่นี่ค่อนข้างเย็น จัด ซึ่งเคย -40EC มาแล้ว เสื้อผ้าที่ใช้ต้องกันความชื้น กันน้ำและลมได้พอสม- ควร ถ้าออกถ่ายภาพแล้วมือเท้าเย็นมากE จะไม่มีความรู้สึกคุณจะไม่สามารถ ถ่ายภาพได E อย่างตอนที่ผมไปถ่ายภาพนกอินทรียEยู่ประมาณ 40 วัน ผมต้อง นั่งอยู่ข้างนอกวันละ 8 ชั่วโมง ฉะนั้นอุปกรณEสื้อผ้าผมจะใช้ชนิดพิเศษที่กัน ความชื้นกันน้ำ และลมได้เป็นอย่างดี ทำให้สามารถออกถ่ายภาพได้ทั้งวันใน ส่วนอุปกรณE่ายภาพ ผมไม่เคยมีปัญหาเรื่องกล้องนEกจะมีก็เรื่องแบตเตอรรีE/small> แต่ตอนหลังเปลี่ยนมาใช้ลิเธียมก็ไม่มีปัญหา เพราะเขาออกแบบเพื่อให้ใช้ใน อากาศเย็นโดยเฉพาะ ส่วนเลนสEนตอนแรกจะมีปัญหาเลนสEึ้นฝ้า ถ้าอยู่ในทีE/small> อากาศเย็นจัด แล้วนำเข้ามาในรถซึ่งอากาศจะอุ่นกว่าข้างนอก เลนสEะขึ้นฝ้า ทันที การแก้ไขค่อนข้างยาก เพราะฝ้าขึ้นที่เลนสEิ้นใน เราจึงควรเก็บเลนสEวE/small> ในกระเปEกล้องก่อน ความเย็นในกระเปEกล้องกับอากาศข้างนอกจะมีอุณหภูมิ ใกล้เคียงกัน และเมื่อถึงบ้านแล้วยังไม่ควรรีบนำออกมาเช็ดทำความสะอาดทันที เพื่อให้มีการปรับอุณหภูมิของอุปกรณEนกระเปEกล้องเสียก่อน ปกติผมจะรอ ประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนนำอุปกรณEนกระเปEออกมาเช็ดทำความสะอาด" ![]() ![]() ![]() ![]() |